The Journey of Lilli & Tilli

เพราะเรา หวังว่าสิ่งเล็ก ๆ ที่เราสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจ จะได้เป็นส่วนหนึ่งของความสุขเล็ก ๆ ในทุกบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

  • The Beginning

ถ้าถามว่า ทำไมถึงชื่อ Lilli & Tilli  จริง ๆ แล้ว ชื่อนี้ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับปลอกคอแมวเลย มันเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2017 ตอนที่เราเรียน Fashion Design ที่ CIDI ตอนนั้นตั้งใจทำแบรนด์ชุดนอนคู่ (Couple Pajamas) ก็เลยเอาชื่อของเรากับแฟนมารวมกัน เพื่อให้เรียกง่ายและคล้องจอง ก็เลยกลายเป็น Lilli & Tilli ตอนนั้นทำป้ายแบรนด์ไว้เยอะมาก แต่สุดท้ายแบรนด์ชุดนอนก็ไม่ได้ไปต่อ ป้ายทั้งหมดเลยถูกเก็บไว้ในกล่อง

หลายปี…โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะได้กลับมาใช้อีกครั้ง

แล้ววันนึง ป้าย Lilli & Tilli ที่เคยคิดว่า ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้หยิบมาใช้อีก สุดท้ายก็ได้กลับมาใช้ แล้วถูกเย็บลงบนปลอกคอทุกชิ้น

เหมือนกับว่า ถึงเวลาของมันแล้ว และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบทใหม่ ที่เราเองก็ไม่เคยคาดคิด เรื่องราวที่พา Lilli & Tilli เดินทางมาจนถึงวันนี้และเราก็หวังว่าจะได้เดินหน้าต่อไป ค่อย ๆ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อสัตว์เลี้ยงและคนที่รักพวกเขา ด้วยความตั้งใจเหมือนวันแรก

 

Everything Changed

I just wanted to make a recovery collar for my cat that would be comfortable to wear during her illness

กลางปี 2023 เป็นช่วงที่แมว ๆ ที่บ้านเริ่มป่วยและต้องเข้าออกโรงพยาบาลสัตว์บ่อยมาก
ฟิลลิ่งต้องรักษามะเร็งและต้องใส่ปลอกคอกันเลียอยู่ต่อเนื่อง หลังจากนั้นฟิลลิ่งก็จากไป แล้วไม่นานจิ๋วก็ป่วย และต้องใส่ปลอกคอเช่นกัน ช่วงนั้นเราซื้อปลอกคอกันเลียมาลองหลายแบบ แต่ก็ยังไม่เจอแบบที่ถูกใจ บางอันหนัก บางอันแข็ง บางอันใส่แล้วดูอึดอัด และหลายแบบก็ทำให้รู้สึกว่า ถึงจะช่วยเรื่องการรักษาได้ แต่ก็ดูไม่ใช่สิ่งที่เราอยากให้ลูก ๆ ใส่ทุกวัน ด้วยความที่เราเรียนแฟชั่นมา ก็เลยคิดว่า…

“งั้นลองทำเองดูไหม”

ตอนแรกไม่ได้คิดจะทำขายเลย แค่อยากทำปลอกคอที่เหมาะกับแมวของเราเอง เราเริ่มค้นหาข้อมูลทุกอย่างที่หาได้ ทั้งรูปแบบปลอกคอจากต่างประเทศ ขนาดรอบคอ ความสูง ความกว้าง การเลือกผ้า และวัสดุต่าง ๆ ที่น่าจะทำให้ใส่สบายที่สุด ระหว่างนั้นก็ไปเจอปลอกคอของแบรนด์ต่างประเทศแบรนด์หนึ่ง เป็นดีไซน์แบบ Elizabeth Collar ที่สวยถูกใจเลย เห็นแล้วรู้สึกว่า
“ปลอกคอกันเลียก็สวยเก๋ได้เหมือนกันนะเนี่ย ” แต่ราคาค่อนข้างสูง และยังมีค่าจัดส่งอีกพอสมควร เราเลยคิดว่า ในเมื่อเรียนแฟชั่นมาแล้ว ลองออกแบบแพตเทิร์นเองดีกว่า หลังจากนั้นก็เริ่มทดลองเย็บ ปรับแพตเทิร์น เปลี่ยนวัสดุ และแก้รายละเอียดอยู่เรื่อย ๆ คนที่ได้ลองใส่ก่อนใคร ก็คือลูก ๆ ของเราเอง พอทำเสร็จให้เขาใส่ เราก็คอยสังเกตว่าเขาเดินสะดวกไหม กินข้าวง่ายไหม นอนสบายหรือเปล่า แล้วก็ค่อย ๆ ปรับแบบ เปลี่ยนผ้า ทีละนิด จนได้ปลอกคอที่เบา นุ่มฟู และใช้งานได้จริงในแบบที่เราต้องการ พอแมวของเราใส่ออกไปหาหมอ ก็เริ่มมีคนเข้ามาถามว่าซื้อจากที่ไหน บางคนขอซื้อ บางคนบอกว่าอยากให้ทำขาย เป็นครั้งแรกที่เราคิดว่า…สิ่งที่เราทำให้ลูก ๆ ของเรา อาจช่วยให้เด็กๆบ้านอื่นรู้สึกสบายได้เหมือนกัน จากนั้นจึงเริ่มทำขายแบบเล็ก ๆ ฝากไว้ที่คลินิกรักษาสัตว์ก่อน แล้วค่อยเปิดร้านออนไลน์บน Shopee โดยที่ไม่รู้เลยว่า คำสั่งซื้อแรกในวันหนึ่ง จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเราตั้งแต่นั้นมา

The First Order

“คำสั่งซื้อแรกเข้ามา… หลังจากจิ๋วจากไปเพียงหนึ่งวัน”

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ยังจำวันที่มีคำสั่งซื้อปลอกคอกันเลียชิ้นแรกบน Shopee ได้ดี จริง ๆ แล้วปลอกอันนั้นลงขายไว้นานมากแล้ว แต่ไม่เคยมีใครสั่งเลยสักครั้ง

แล้ววันหนึ่ง คำสั่งซื้อแรกก็เข้ามา…
ซึ่งมันเป็นวันที่ จิ๋ว เพิ่งจะจากไปเพียงหนึ่งวัน

ตอนที่ Notification เด้งขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือรูปเล็ก ๆ ของสินค้า ซึ่งนางแบบในรูปก็คือ “จิ๋ว” แค่นั้นเอง น้ำตาก็ไหลแล้ว  แบบมันห้ามไม่ได้เลย ใจสั่นมาก แต่ก็จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม แค่คิดถึงก็ร้องไห้แล้ว แม้แต่ตอนนั่งเรียบเรียงเรื่องนี้อยู่ ก็ยังต้องหยุดพิมพ์หลายครั้ง เพราะน้ำตามันไหลออกมาเอง คิดถึง... คิดถึงมากๆ เลยนะ ไม่ใช่แค่จิ๋วนะ คิดถึงลูกแม่ทุกๆคนเลย

ตอนนั้นมันให้ความรู้สึกแปลกมาก…เหมือนจิ๋วกำลังส่งสัญญาณกลับมาหา เหมือนเขากำลังบอกว่า “แม่… หนูคิดถึงแม่นะ หนูจะอยู่เป็นกำลังใจให้แม่ตรงนี้” ช่วงที่จิ๋วป่วย เป็นช่วงที่ชีวิตค่อนข้างหนักหนาสาหัสมาก มรสุมถาโถมของจริง สึนามิชีวิตเลยก็ว่าได้

ก่อนหน้านั้นฟิลลิ่งก็เพิ่งป่วยเป็นมะเร็ง ค่ารักษา ค่ายา ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ในขณะที่รายได้ที่เข้ามามันสวนทางกัน เป็นความรู้สึกที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ทั้งความกดดัน ทั้งภาระทุกอย่างที่มี จนหมดทั้งแรงกายแรงใจกันไปเลยในช่วงนั้น

แต่เหมือนจิ๋วจะรับรู้ทุกอย่าง และในวันที่เขาจากไป คำสั่งซื้อแรกก็เด้งขึ้นมาพอดี มันอาจเป็นเรื่องบังเอิญ…

แต่สำหรับเรา มันเหมือนมีมือเล็ก ๆ ของจิ๋วมาแตะตัวเรา เหมือนตอนที่เขายังอยู่เลย มันทำให้เรามีกำลังฮึบขึ้นมา แล้วไปต่อ มีแรงใจในการจะทำอะไรบางอย่างอีกครั้ง แล้วหลังจากนั้น ทุกครั้งที่มีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามา เราก็จะเห็นหน้าของจิ๋วในรูปสินค้าเสมอ เริ่มยิ้มออกแล้วนะ และก็อดยิ้มไม่ได้ทุกครั้งเลย

เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนเดิมทุกครั้งว่า 

“เป็นกำลังใจให้นะแม่”

พอเวลาผ่านไป ก็เริ่มรู้สึกว่า กำลังใจไม่ได้มาจากจิ๋วแค่คนเดียวอีกแล้ว แต่มาจากลูกค้าทุกคนด้วย ทุกคำสั่งซื้อ ทุกรีวิว ทุกคะแนนที่ได้รับ ล้วนเป็นกำลังใจที่มีค่ามาก ทุกครั้งที่มีแจ้งเตือนว่าลูกค้าให้คะแนนร้าน เราจะรีบเปิดอ่านทันที แล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว บางรีวิวทำให้ใจฟูได้ทั้งวันเลยนะ บางรีวิวทำให้รู้สึกว่า สิ่งที่เราตั้งใจทำ มีคนรับรู้จริง ๆ

ขอบคุณลูกค้าทุกคนมาก ๆ ที่คอยสนับสนุน Lilli & Tilli มาตลอด ขอบคุณที่เลือกให้ปลอกคอจากที่เราทำ ได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของสมาชิกที่บ้านที่ทุกคนรัก

สำหรับหลายคน มันอาจเป็นเพียงคำสั่งซื้อหนึ่งรายการ
แต่สำหรับเรา…มันไม่เคยเป็นแค่ยอดขาย ทุกคำสั่งซื้อ เหมือนเป็นข้อความที่ทั้งจิ๋วและลูกค้าทุกคนช่วยกันส่งมาบอกว่า

“สู้ต่อนะ เป็นกำลังใจให้เสมอ” และมันคือเหตุผลที่ทำให้เรายังอยากพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ อยากสร้างสรรค์ อะไรใหม่ๆ อยากเลือกวัสดุที่ดีขึ้น อยากทำทุกชิ้นให้ออกมาดีที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ เพราะทุกชิ้นไม่ได้ทำออกมาจากหน้าที่ แต่ทำออกมาจากความรัก รักที่จะทำมันขึ้นมา

สุดท้ายแล้ว…

แม้ว่าจิ๋วจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว แต่เรารู้สึกว่า เรื่องราวของเขา ยังเดินทางต่อไป ผ่านปลอกคอทุกชิ้นที่ถูกส่งออกจากบ้านหลังเล็ก ๆ หลังนี้ และเราหวังว่า ความรักที่เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆนี้ จะถูกส่งต่อไปถึงสมาชิกสัตว์เลี้ยงอีกหลาย ๆ ตัว และเจ้าของอีกหลาย ๆ คน เหมือนกับที่จิ๋วเคยส่งกำลังใจกลับมาถึงเราในวันนั้นนะคะ

ปล. story ของจิ๋ว เขาเยอะมาก เอาไว้ไปเขียนต่อเล่าให้ฟังใน blog นะคะ

TOP